ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม
อำเภอสันป่าตอง   จังหวัดเชียงใหม่

--------------------
หมวด ๑
ข้อความทั่วไป

ข้อ ๑   กองทุนนี้เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม”
ข้อ ๒   สำนักงานกองทุนตั้งอยู่ที่  สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งต้อม  อำเภอสันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่   โดยมีศูนย์ประสานงาน ดังนี้
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๒ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 89/1   หมู่ที่ ๒
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๓ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 33/1   หมู่ที่ ๓
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๔ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 18/1   หมู่ที่ ๔
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 194    หมู่ที่ ๕
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๖ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 179    หมู่ที่ ๖
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๗ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 6/1     หมู่ที่ ๗
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๘ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 19/1   หมู่ที่ ๘
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๙ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 18       หมู่ที่ ๙
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 177/1   หมู่ที่ ๑๐
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๑ ตำบลทุ่งต้อม  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่ 66        หมู่ที่ ๑๑
ข้อ ๓   ในระเบียบนี้
          “กองทุน”  หมายถึง  กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม
          “สำนักงานกองทุน”  หมายถึง  ที่ทำการกลางกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งต้อม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
          “ศูนย์ประสานงาน”  หมายถึง  หน่วยปฏิบัติการแต่ละหมู่บ้าน ในตำบลทุ่งต้อม
          “สมาชิก”  หมายถึง  บุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม
          “คณะกรรมการ”  หมายถึง  คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม
          “เงินสัจจะ”  หมายถึง  เงินที่สมาชิกตกลงที่จะนำส่งกองทุน  โดยไม่ใช่เงินสะสมของสมาชิกจะเรียกคืนไม่ได้ แต่จะคืนให้ก็ต่อเมื่อสมาชิกลาออก หรือเสียชีวิต โดยไม่มีดอกผล
ข้อ ๔   ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ วันประกาศเป็นต้นไป

หมวด ๒
กองทุนสวัสดิการ

ข้อ ๕   วัตถุประสงค์ของกองทุน
          (๑)    ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
          (๒)    เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตลอดชีวิต ในเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
          (๓)    เพื่อให้เกิดคุณธรรม ความสามัคคี มีน้ำใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก
          (๔)    เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อนหรือจำเป็น

 

          (๕)    กองทุนนี้ไม่ดำเนินการเพื่อแสวงหาผลกำไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
ข้อ ๖   ที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุน  ประกอบด้วย
          (๑)    เงินที่ได้รับจากการฝากสัจจะวันละ ๑ บาท ของสมาชิก
          (๒)    เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          (๓)    เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ/เอกชนอื่น
          (๔)    เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใดๆ
          (๕)    ดอกผล หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

หมวด ๓
สมาชิกกองทุน

ข้อ ๗   คุณสมบัติของสมาชิก
          (๑)    สมาชิกสามัญ – เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลทุ่งต้อม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
                 สมาชิกสมทบ - เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลอื่น แต่มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด หรือหลายข้อ ดังนี้
                   ๑.๑ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบลทุ่งต้อม อำเภอสันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่
                   ๑.๒ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบล  ทุ่งต้อม
                   ๑.๓ เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่
                                  ตำบลทุ่งต้อม
                   ๑.๔ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของบุคคลในข้อ ๑.๓
          (๒)    ไม่จำกัดอายุ เพศ วัย อาชีพ และสถานภาพ (กรณีผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ให้อุปการะดูแลตามกฎหมาย)
          (๓)    เป็นผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน
          (๔)    เป็นผู้ที่คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานเห็นชอบให้เข้าเป็นสมาชิก
          (๕)    มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาสัจจะ มีความเมตตาเอื้ออาทรแก่เพื่อนมนุษย์
ข้อ ๘   การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
          (๑)    ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ ๗ สามารถยื่นความจำนงหรือสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้ โดยยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกกองทุน ได้ที่สำนักงานกองทุนหรือศูนย์ประสานงานประจำหมู่บ้าน
          (๒)    เมื่อคณะกรรมการรับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าเป็นสมาชิกโดยชอบธรรม ผู้สมัครสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า  20  บาท  (ยี่สิบบาท)  และค่าสัจจะล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ เดือน (30 บาท)
ข้อ ๙   การส่งเงินสัจจะของสมาชิก
          (๑)    สมาชิกต้องออมเงินสัจจะวันละ ๑ บาท ต่อคน
          (๒)    สมาชิกต้องนำเงินสัจจะมาส่งให้คณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานที่ตนได้มาสมัครในครั้งแรก ภายในวันที่  5  ของทุกเดือน   เดือนละ 30 บาท (วันละ 1 บาท)
          (๓)    สมาชิกจะต้องนำส่งเงินสัจจะเป็นประจำทุกเดือน จนกระทั่งเสียชีวิตหรือลาออก
          (๔)    หากสมาชิกขาดส่งสัจจะในเดือนใด จะต้องนำส่งย้อนหลังพร้อมกับเดือนถัดไป ทั้งนี้ยังได้รับสวัสดิการตามปกติ  ยกเว้นกรณีขาดส่งสัจจะติดต่อกัน ๓ เดือน

          (๕)    หากสมาชิกยื่นความจำนงขอลาออกและได้รับอนุมัติ กองทุนจะคืนเงินให้เท่ากับจำนวนที่ส่งสัจจะทั้งหมด โดยไม่หักจำนวนเงินสวัสดิการที่ได้จ่ายไปแล้ว ทั้งนี้จะต้องเป็นสมาชิกและจ่ายเงินสัจจะแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
ข้อ ๑๐ สมาชิกพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกตามเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
          (๑)    ตาย
          (๒)    ลาออกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ลาออก
          (๓)    ขาดส่งเงินสัจจะติดต่อกันเป็นเวลา ๓ เดือน โดยไม่คืนเงินสัจจะสะสม
          (๔)    ที่ประชุมใหญ่สมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของผู้ร่วมประชุม โดยจะคืนเงินสัจจะเท่าที่ออมไว้
          (๕)    จงใจฝ่าฝืนระเบียบกองทุน หรือแสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือหรือร่วมมือกับกองทุนไม่ว่าด้วยประการใด
          (๖)    จงใจแจ้งเหตุอันเป็นเท็จเพื่อหวังรับสวัสดิการ ทั้งนี้จะต้องชดใช้เงินสวัสดิการที่ได้รับไปในกรณีแจ้งเหตุอันเป็นเท็จนั้นทั้งหมด และจะไม่คืนเงินสัจจะสะสม
          (๗)    มีลักษณะและ/หรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ ข้อ ๗
ข้อ ๑๑  ผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกภาพ  อาจยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า   ๒   ปี
ข้อ ๑๒  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้
          (๑)    ระบุรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ในใบสมัคร
          (๒)    เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิกกองทุน และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทุกครั้ง
          (๓)    ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของกองทุน
          (๔)    มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการกองทุน
          (๕)    ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารกองทุน เพื่อทราบการดำเนินงานกิจการของกองทุน
          (๖)    แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของกองทุนต่อคณะกรรมการ  และมีสิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทำหรืองดเว้นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของกองทุน
          (๗)    ต้องนำเงินออมมาให้คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านทุกเดือน
          (๘)    เก็บรักษาสมุดเงินฝากสัจจะ หรือหนังสือสำคัญอื่นใดที่กองทุนออกให้ไว้  ถ้าเกิดสูญหายให้รีบแจ้งให้คณะกรรมการทราบทันที และต้องจ่ายค่าทำสมุดใหม่ เล่มละ 20  บาท
          (๙)    เมื่อมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แก้ไข วัน เดือน ปี เกิด เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์  หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ให้แจ้งต่อคณะกรรมการกองทุน ภายใน ๖๐ วัน
          (๑๐)  เมื่อมีเหตุอันพึงได้รับสวัสดิการ ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านที่ได้สมัครในครั้งแรก ภายใน ๓๐ วัน

หมวด ๔
คณะกรรมการกองทุน

ข้อ ๑๓  คณะกรรมการกองทุน  ประกอบด้วย
          (๑)    คณะกรรมการบริหาร จำนวน  33 น คัดเลือกจากสมาชิกหมู่บ้านละ 3 คน และคัดเลือกจากเจ้าหน้าที่ เทศบาลตำบล 3  คน  ดำรงตำแหน่งดังนี้  ประธาน  รองประธาน  เลขานุการ  ผู้ช่วยเลขานุการ  เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก  กรรมการฝ่ายทะเบียน  กรรมการฝ่ายสวัสดิการ  กรรมการฝ่าย

 

ประชาสัมพันธ์  และกรรมการฝ่ายตรวจสอบภายใน นอกจากนี้ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการ  ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการจากหมู่บ้านคัดเลือกประธานศูนย์ประสานงานของหมู่บ้านนั้นๆ จำนวน ๑ คน
          (๒)    ที่ปรึกษา  ได้แก่  นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งต้อม  กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้บริหารสถานศึกษาในตำบล  และเจ้าอาวาสวัดในตำบล
          (๓)    คณะกรรมการตรวจสอบภายนอก  จำนวน ๓ คน คัดเลือกจากสมาชิก 3 คน ดำรงตำแหน่งประธาน 1 คน และกรรมการ 2 คน
ข้อ ๑๔  การได้มาซึ่งคณะกรรมการ  เมื่อคณะกรรมการพ้นออกจากตำแหน่งตามวาระ ให้จัดประชุมสมาชิกแต่ละหมู่บ้าน เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงาน  กรณีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบล ให้คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งนั้น ประชุมพิจารณาคัดเลือกตามความเหมาะสม
ข้อ ๑๕  กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ ๒ ปี  กรรมการกองทุนที่พ้นออกจากตำแหน่งตามวาระ  อาจได้รับคัดเลือกอีกได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสามในสี่ของจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุม  และกรรมการผู้ได้รับคัดเลือกยินยอม
          กรณีกรรมการพ้นตำแหน่งก่อนวาระ ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งเพิ่มเติม  โดยให้สามารถดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลือของผู้พ้นตำแหน่งนั้น
ข้อ ๑๖  คุณสมบัติของคณะกรรมการกองทุน ดังนี้
          (๑)    ต้องเป็นสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งต้อม  ไม่น้อยกว่า ๑ ปี ยกเว้นคณะกรรมการจัดตั้ง
          (๒)    เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
ข้อ ๑๗  คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
          (๑)    บริหารกองทุน รวมทั้งตรวจสอบ กำกับ ดูแล รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
          (๒)    ออกประกาศ  ระเบียบ  หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน
          (๓)    รับสมัครสมาชิก และจัดทำทะเบียนสมาชิก
          (๔)    ทำนิติกรรม  สัญญา  หรือดำเนินการเกี่ยวกับภาระผูกพันของกองทุน
          (๕)    จัดทำบัญชีของกองทุนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่ยอมรับโดยทั่วไป
          (๖) จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่พึงได้รับตามสิทธิ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร 
          (๗) ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของกองทุน
          (๘) รายงานผลการดำเนินงาน  ปัญหาและอุปสรรค  รวมทั้งฐานะการเงินของกองทุนให้สมาชิกทราบ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งติดประกาศในที่สาธารณะ
          (๙) ดำเนินการอื่นใดเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
ข้อ ๑๘  คณะกรรมการกองทุนพ้นจากวาระเมื่อ
          (๑)    ตาย
          (๒)    ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการ และได้รับอนุมัติให้ลาออก
          (๓)    พ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน
          (๔)    ครบวาระ
          (๕)    มีความผิดต้องโทษตามกฎหมาย
          (๖)    ที่ประชุมคณะกรรมการ มีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียง ๓ ใน ๔ ของคณะกรรมการทั้งหมด
          (๗)    ที่ประชุมสมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

 

หมวด ๕
สวัสดิการ

ข้อ ๑๙  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
          (๑)    ต้องออมเงินครบระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับจากวันที่คณะกรรมการรับเข้าเป็นสมาชิก  หากออมไม่ครบระยะเวลาแล้วเสียชีวิต จะได้รับเงินสัจจะสะสมคืน เท่ากับที่ส่งชำระมาแล้วเท่านั้น
          (๒)    จัดทำเอกสารการขอรับสวัสดิการครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ และคณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานลงชื่อให้การรับรอง
ข้อ ๒๐  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ในกรณีต่อไปนี้
          (๑)    เกี่ยวกับการเกิด
                 - สมาชิกคลอดบุตร (ครอบคลุมถึงสมาชิกไม่ว่าจะเป็นบิดาหรือมารดาเด็ก) แล้วบุตรนั้นมีชีวิต ตั้งแต่ ๑ ชั่วโมงขึ้นไป    จะได้รับสวัสดิการเงินรับขวัญสำหรับเด็ก   จำนวนเงิน ๕๐๐ บาทต่อคน                      - มารดาของเด็กหากเป็นสมาชิก จะได้รับค่านอนโรงพยาบาลจากการคลอดบุตร จำนวนเงิน ๑๐๐ บาทต่อคืน ตามที่อยู่จริงแต่ไม่เกิน ๓ คืน
          (๒)    เกี่ยวกับการแก่  เมื่อสมาชิกอายุครบ ๖๐ ปี จะได้รับเงินบำนาญตามอายุการเป็นสมาชิกเป็นประจำทุกปีจนกว่าจะเสียชีวิต ดังนี้
                 - ออมครบ  ๕  ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๖๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๕ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๗๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๘๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒๕ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๙๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๓๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๓๕ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๑๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๒๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔๕ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๓๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๕๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๔๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๕๕ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๖๐ ปี   ได้บำนาญ ปีละ ๑,๖๐๐ บาท
                 กรณีสมัครสมาชิก ขณะมีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญ ปีละ ๕๐๐  บาท  เมื่อเป็นสมาชิกครบ ๕ ปี แล้ว
          (๓)    เกี่ยวกับการเจ็บป่วย
                 - เมื่อสมาชิกเจ็บป่วย เป็นเหตุให้ต้องนอนโรงพยาบาล  จะได้รับสวัสดิการ เป็นจำนวนเงิน 2๐๐ บาทต่อครั้ง ตามที่อยู่จริง แต่รวมแล้วไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี
                 - กรณี สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย ทุกรอบ ๕ ปี จะได้รับงดเว้นเงินฝากสัจจะเป็นเวลา 6 เดือน
          (๔)    เกี่ยวกับการเสียชีวิต  เมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินฌาปนกิจตามอายุการเป็นสมาชิก ดังนี้
                 - ออมครบ ๖ เดือน แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 1,0๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 2,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 4,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 6,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๖ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 8,๐๐๐ บาท

                 - ออมครบ ๘  ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 10,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๐ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑2,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๒ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑4,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๔ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 16,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๖ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ 18,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๘ ปีขึ้นไป  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒0,๐๐๐ บาท
                 กรณี ตายหรือหายสาบสูญไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ กองทุนจะไม่จ่ายสวัสดิการให้
          (๕)    สวัสดิการอื่นๆ
                 - ทุนการศึกษา สมาชิกที่กำลังศึกษาและ ออมเงินสัจจะครอบ 6 เดือน  มีสิทธิได้รับพิจารณาทุนการศึกษาตามลำดับขั้นที่สำเร็จการศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อบังคับ   โดยต้องนำใบประกาศหรือหลักฐานการสำเร็จการศึกษามาแสดง  ดังนี้
                 1. สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6                ได้รับ                    300   บาท
                 2. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า ได้รับ         400   บาท
                 3. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ได้รับ      500   บาท
                 4. สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า ได้รับ 700   บาท
                 5. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า                  ได้รับ    1,000 บาท
 
หมวด ๖
การบริหารเงินทุนและการบัญชี

ข้อ ๒๒ ทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตัวเงิน ให้จัดสรรไว้ดังนี้
          (๑)    ร้อยละ 6๐  ตั้งเป็นเงินเพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก  
          (๒)    ร้อยละ ๒๐  ตั้งเป็นค่าบริหารจัดการกองทุน
          (3)    ร้อยละ 20  ตั้งเป็นเงินทุนสำรองของกองทุน
ข้อ ๒๓ การดูแลรักษาเงิน  เงินที่รับมาทุกประเภท  ให้เหรัญญิกนำฝากธนาคารทุกรายการ โดยให้สำรองไว้เป็นเงินสด  ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือเป็นไปตามมติคณะกรรมการ  โดยให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บรักษา
ข้อ ๒๔ ให้มีผู้มีอำนาจทำนิติกรรมฝากถอนเงินฝากธนาคาร จำนวน ๓ คน ประกอบด้วย  ประธาน  เหรัญญิก และเลขานุการ  โดยมีเงื่อนไขสั่งจ่าย ๒ ใน ๓
ข้อ ๒๕  ผู้มีอำนาจทำนิติกรรมฝากถอนเงินฝากธนาคาร ๒ ใน ๓ สามารถสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท เดือนละไม่เกิน ๑ ครั้ง  การสั่งจ่ายเงินเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท จะต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบ  เว้นแต่กรณีสั่งจ่ายเพื่อสวัสดิการของสมาชิกที่ระบุไว้ตามระเบียบ
ข้อ ๒๖  คณะกรรมการจะต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรายงานผลการดำเนินงานทุกเดือน พร้อมติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ข้อ ๒๗  คณะกรรมการจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบดุล ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป และรับรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วติดประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน ปีละ ๒ ครั้ง คือ ณ  ๓๐ มิถุนายน และ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี

 

 

หมวด ๗

การประชุม

ข้อ ๒๘  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุม  ดังนี้
          (๑)    จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ปีละ ๑ ครั้ง
          (๒)    ในกรณีเร่งด่วน  ประธานสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ตามความเหมาะสม
          (๓)    สมาชิกจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด สามารถเข้าชื่อเสนอขอเปิดประชุมวิสามัญได้
          (๔)    ให้มีการประชุมของคณะกรรมการกองทุน เดือนละ ๑ ครั้ง หรือตามความเหมาะสม
ข้อ ๒๙  ผู้เข้าร่วมประชุม เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ที่ต้องเข้าร่วมประชุม ถือว่าครบองค์ประชุม
ข้อ ๓๐  สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม มีสิทธิออกเสียงลงมติได้อย่างเท่าเทียม คนละ ๑ เสียง
ข้อ ๓๑  กรณีเกิดข้อขัดแย้งใดๆ ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาลงมติ  หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้  ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และให้ถือว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นอันสิ้นสุด
ข้อ ๓๒ บรรดาประกาศ  คำสั่ง  ข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ  ให้ใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบข้อบังคับนี้  ทั้งนี้จนกว่าจะได้มีการแก้ไขหรือยกเลิก
ข้อ ๓๓ ให้คณะกรรมการกองทุน  เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ให้ไว้  ณ  วันที่   18     เดือน  มิถุนายน     พ.ศ. ๒๕๕๕   

 

                                                (ลงชื่อ)
                                                                         ( นิคม  อินต๊ะเสน )
                                                            ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน

                   ตำบลทุ่งต้อม